ยานสำรวจของนาซาแตะพื้นผิว ดาวเคราะห์น้อย’เบนนู’

ยานสำรวจ “โอซิริส-เร็กซ์” ของนาซา ประสบความสำเร็จในการลงจอดระยะสั้นบนพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อย “เบนนู” หลังไล่ตามมานาน 4 ปี เพื่อเก็บตัวอย่างกลับมาศึกษาเกี่ยวกับต้นกำเนิดของโลก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ว่าองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ ( นาซา ) ออกแถลงการณ์เมื่อวันอังคาร ว่ายานสำรวจโอซิริส-เร็กซ์ ( Osiris-Rex ) ประสบความสำเร็จกับภารกิจ “แตะสัมผัส” บนพื้นผิวดาวเคราะห์น้อยเบนนู แล้วใช้แขนกลเร่งเก็บตัวอย่างชิ้นส่วนบนพื้นผิวที่เรียกว่า “ไนติงเกล” บนขั้วเหนือของดาวเบนนู ให้ได้อย่างน้อย 60 กรัมตามเป้าหมาย ภายใต้เวลาซึ่งจำกัดเพียง 16 วินาที โดยกำหนดการเดินทางกลับถึงโลกพร้อมตัวอย่างสำหรับการศึกษา คือภายในเดือนก.ย. 2566
 
ทั้งนี้ ยานโอซิริส-เร็กซ์ ออกแบบและผลิตโดยนาซา ร่วมกับบริษัทล็อกฮีด มาร์ติน ออกเดินทางจากโลก เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2559 เพื่อติดตามดาวเคราะห์น้อยเบนนู ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 500 เมตร และโคจรอยู่ห่างจากโลกเป็นระยะทางไกลมากกว่า 330 ล้านกิโลเมตร โดยนักวิทยาศาสตร์ตั้งสมมติฐานว่า ตัวอย่างสสารบนดาวเบนนูอาจช่วยเพิ่มความกระจ่างให้กับการถือกำเนิดของสรรพสิ่งมีชีวิต และมหาสมุทรบนโลก

ภารกิจดังกล่าวถือเป็นความสำเร็จครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของนาซา ในการส่งยานสำรวจไปเก็บตัวอย่างจากดาวเคราะห์น้อย ซึ่งชิ้นส่วนที่ยานโอซิริส-เร็กซ์ เตรียมนำกลับมาด้วยนั้น ถือว่ามีขนาดใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่ยุคโครงการสำรวจอะพอลโล และนาซายังมีแผนส่งยานสำรวจดาวเคราะห์น้อยอีกอย่างน้อย 3 ดวงภายในระยะเวลาอีก 2 ปีข้างหน้าด้วย
 
นอกจากนี้ สหรัฐถือเป็นประเทศที่สองของโลก ซึ่งสามารถส่งยานติดตามดาวเคราะห์น้อยได้สำเร็จ ต่อจากญี่ปุ่น ซึ่งยานสำรวจ “ฮายาบุสะ 2” สามารถลงจอดบนพื้นผิวของดาว “ริวงุ” เมื่อเดือนก.ย. 2561 หลังติดตามมานานเกือบ 4 ปี และตอนนี้ยานกำลังอยู่บนเส้นทางกลับสู่โลก

Related posts